กระบอกลม (Pneumatic cylinder)
อัพเดทล่าสุด: 28 ม.ค. 2025
1561 ผู้เข้าชม

กระบอกลม (Pneumatic cylinder)
มีหลากหลายชนิดที่ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับการใช้งานที่แตกต่างกัน โดยทั่วไปแล้วกระบอกลมสามารถแบ่งได้เป็นหลายประเภทตามโครงสร้างและการทำงานของมัน ซึ่งมีคุณสมบัติและการประยุกต์ใช้งานดังนี้:
1. กระบอกลมแบบทางเดียว (Single-Acting Cylinder)
- คุณสมบัติ:กระบอกลมชนิดนี้ใช้ลมในการขับเคลื่อนลูกสูบในทิศทางเดียว โดยมีสปริงเพื่อดันกลับลูกสูบในทิศทางตรงกันข้าม มีแรงดันในการเคลื่อนที่ทิศทางเดียวและใช้พลังงานจากสปริงในการเคลื่อนที่อีกทิศทาง
- การประยุกต์ใช้งาน:ใช้งานในระบบที่ต้องการการเคลื่อนที่ในทิศทางเดียว เช่น การยกหรือการกดของเบา ๆ ในเครื่องจักรอัตโนมัติขนาดเล็ก
- คุณสมบัติ:กระบอกลมชนิดนี้ใช้ลมในการขับเคลื่อนลูกสูบทั้งสองทิศทาง (เข้าและออก) มีประสิทธิภาพสูงกว่าแบบทางเดียว เนื่องจากไม่ต้องใช้สปริงในการดันกลับลูกสูบ
- การประยุกต์ใช้งาน:เหมาะสำหรับการทำงานที่ต้องการแรงดันในทั้งสองทิศทาง เช่น การยกหรือดันของหนักในอุตสาหกรรมยานยนต์และการผลิต
- คุณสมบัติ:ใช้ลมในการหมุนลูกสูบแทนการเคลื่อนที่แบบเส้นตรง สามารถสร้างการหมุนในมุมที่ต้องการได้ โดยมักมีข้อจำกัดในการหมุนเป็นมุมที่กำหนดไว้
- การประยุกต์ใช้งาน:ใช้ในงานที่ต้องการการหมุน เช่น การหมุนเครื่องจับชิ้นงานหรือเครื่องมือ
- คุณสมบัติ:กระบอกลมชนิดนี้ไม่มีแกนยื่นออกมา โดยลูกสูบเคลื่อนที่ภายในกระบอกผ่านระบบแม่เหล็กหรือสายพานมีขนาดกะทัดรัดและประหยัดพื้นที่ในการติดตั้ง
- การประยุกต์ใช้งาน:ใช้ในพื้นที่ที่จำกัดและงานที่ต้องการการเคลื่อนที่ในระยะยาว เช่น ระบบขนส่งภายในอุตสาหกรรม
- คุณสมบัติ:มีระบบล็อคที่สามารถหยุดการเคลื่อนที่ของลูกสูบในตำแหน่งที่ต้องการ โดยไม่ต้องใช้แรงดันลมตลอดเวลา
- การประยุกต์ใช้งาน:ใช้ในงานที่ต้องการล็อคการเคลื่อนที่ของชิ้นส่วน เช่น การหนีบชิ้นงานหรือการยึดวัสดุในตำแหน่งคงที่
- คุณสมบัติ:ใช้แผ่นไดอะแฟรมแทนลูกสูบ โดยแผ่นไดอะแฟรมจะเคลื่อนที่ตามแรงดันลมไม่มีการเสียดทานระหว่างลูกสูบและกระบอก ทำให้อายุการใช้งานนานและการบำรุงรักษาน้อย
- การประยุกต์ใช้งาน:เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความแม่นยำสูงและแรงเสียดทานต่ำ เช่น งานควบคุมการเคลื่อนที่ที่ละเอียด
- คุณสมบัติ:กระบอกลมชนิดนี้มีหลายขั้นหรือหลายระดับ ทำให้สามารถเคลื่อนที่ได้ในระยะทางที่ยาวขึ้นโดยมีขนาดกระบอกที่สั้นกว่า
- การประยุกต์ใช้งาน:เหมาะสำหรับการยกในพื้นที่จำกัด เช่น รถยกหรือเครื่องยกสินค้าที่ต้องการความยืดหยุ่นในการใช้งาน
- อุตสาหกรรมการผลิต: ใช้ในการควบคุมเครื่องจักรอัตโนมัติและการขนส่งชิ้นส่วนในสายการผลิต
- อุตสาหกรรมยานยนต์: ใช้ในระบบขับเคลื่อนและควบคุมเครื่องจักรสำหรับการประกอบและการเคลื่อนที่ของชิ้นส่วน
- อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม: ใช้ในกระบวนการบรรจุภัณฑ์ การขนส่ง และการแยกชิ้นส่วน
- อุตสาหกรรมโลหะและเหมืองแร่: ใช้ในเครื่องจักรที่ต้องการแรงดันสูง เช่น การตัด การยก และการขนส่งวัสดุ
Tags :
บทความที่เกี่ยวข้อง
อุปกรณ์สำหรับนับจำนวนครั้งการทำงานของแม่พิมพ์ (1 ช็อต = แม่พิมพ์ปิด–เปิดครบ 1 รอบ หรือปั๊มงาน 1 ครั้ง)
1 ก.พ. 2026
สปริงที่ออกแบบมารับแรงกด แรงที่กระทำเพื่อกดปลายทั้งสองของสปริงเข้าหากัน เมื่อสปริงกดถูกกดลง สปริงจะหดสั้นลง เมื่อปล่อยแรง สปริงจะคืนรูปกลับสู่สภาพเดิม
2 ส.ค. 2024


